mother is everything for me
mother is everything for me , give everything for me , and great alms is life alms , give I have been born to come to am a child of mother
many persons have both of a father and mother , I am one person at has both of a father and mother , which , stay in same body that call that , mother mother , feed me comes to since , in the stomach for 9 month , arrive at now I have age 15 year , a father and mother give the life for me , mother tells me that , mother is unexpected that , I am will born come to because , elder sister and I age far 14 year , and mother , tell while , mother is pregnant mother , still go to work in a garden (stay) [doing that action] , I think mother and a father may make money to come to feed me when , I am born come to , mother and a father look after me feed me come to since , then until grow up , give the love , when , I cry mother waits for to soothe me , teach give I am the good person .
mother and a father can I feel that , this life doesn't torn anything , when , I have age 9 year , a father has died and disappear from my life , now I think heaven may send me come to with mother and elder sister while , a father (stay) [doing that action] , and I , think next that , ? heaven then can deliver me is coming to with a father during the time briefly , and at this time I pity my many mother .
when , the time passes by to make the life of my family changes to , it teaches can give me knows with the word that , , everything has can not to come to easily but , it has come to hardly , my feeling now don't be like last day , at still have a father (stay) [doing that action] , which , now mother must work to feed me alone which , have no a father goes to do orchard gardening , where is I know mother distresses only ? , know exhausted mother , know mother works for send me studies , mother does varied for me , I do will not make mother is defeated in my , I will try and intend to study most , mother tells with me always that , , mother wants a child is the good person who is diligent have the attempt , better a child is excellent person lazy and bad habit , mother teaches can give me knows with the word that , endure , its tolerance makes me vigorous and have will the power to will fight , be like at mother is doing at this time , mother teaches to give me economizes , because , money no search for easy , mother teaches many ,the thing is many , gively with I , make I have known mother is everything for me , I must am the good person must intend to study , compensate the obligation of parents .
my life changes to come to an obstacle comes to a lot of , my life might not luxurious is like many person and might comfortable again more many person , which , I have or the mind that is born come to is a child of mother and a father , if , the future life has TRUE can request me is born come to is father child and mother and are younger your young brother again .
Me ^^
Oh!! My idol
วันศุกร์, กรกฎาคม 31, 2552
Diary Online
31 สิงหาคม 2552
สอบเสร็จแล้วแต่การบ้านเยอะมากเลย ต้องเรียนแบบเครียด ๆ อีกล่ะ อาทิตย์สอบเก็บคะแนนอีกล่ะ..
สอบเสร็จแล้วแต่การบ้านเยอะมากเลย ต้องเรียนแบบเครียด ๆ อีกล่ะ อาทิตย์สอบเก็บคะแนนอีกล่ะ..
งานภาษาไทย อ.อมรา
ความสุขของกะทิ
เด็กหญิงกะทิอาศัยอยู่บ้านทรงไทยริมคลองที่กับตาและยาย ทุกวันเธอตื่นแต่เช้า คดข้าวใส่ขันและไปใส่บาตรกับตาที่ท่าน้ำหน้าบ้าน หลวงลุงนั่งเรือมารับบาตรและมีเด็กวัดที่ชื่อ ทอง พายเรือมาให้ กะทิซ้อนท้ายจักรยานตาไปขึ้นรถสองแถวที่หน้าปากซอยเพื่อไปโรงเรียน เธอมีปิ่นโตใส่อาหารกลางวันที่ยายเตรียมให้ไปโรงเรียนด้วยกะทิมีความสุขดีในบ้านหลังน้อยที่ล้อมรอบด้วยไม้ไทย ในวันว่างตาชวนกะทิพายเรือไปเที่ยวเล่นในทุ่งและไปจนถึงศาลาริมน้ำใต้ต้นก้ามปู ตาเคยเป็นทนายมีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ เมื่อเกษียณแล้วจึงย้ายกลับมาบ้านเกิด ใช้ชีวิตบั้นปลายช่วยเหลือผู้คนในท้องถิ่น กะทิมีพี่ทองเป็นเพื่อนเล่น
กะทิจำแม่ได้เพียงลาง ๆ ตายายไม่พูดถึงแม่ ในบ้านไม่มีรูปถ่ายแม่ กะทิคิดถึงแม่ทุกวัน อยากพบหน้า อยากให้แม่มารับที่โรงเรียน แล้ววันหนึ่งยายก็ถามกะทิว่า กะทิ อยากไปหาแม่ไหมลูก
ตาบอกกะทิว่าแม่ป่วยและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านชายทะเล น้าฏา เลขาฯ ของแม่ จะมารับพวกเรา อาการของแม่หนักแล้วและตั้งใจให้กะทิไปหาแม่
กะทิได้รู้ว่าแม่ตัดสินใจฝากกะทิไว้กับตายายเมื่อรู้ว่าไม่สามารถดูแลกะทิได้เอง เหตุการณ์ที่ทำให้แม่ตัดสินใจคือเมื่อกะทิอายุ ๒ ขวบ แม่พากะทิไปพายเรือเล่นจนถึงศาลาริมน้ำ แต่เกิดพายุ กะทินั่งอยู่ในเรือและเรือหลุดจากเสาที่ผูกไว้โดยที่แม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย แม่อธิฐานว่าถ้าลูกแม่ปลอดภัยแม่จะไม่แตะตัวลูกอีกเลย แม่จะไปให้ไกลจากลูก ไม่ทำให้ลูกตกอยู่ในอันตรายอีกแล้ววันนั้นโชคดีที่ทองเด็กวัดตามมาหาเพื่อนเล่นจึงช่วยกะทิกับแม่ไว้ได้ กะทิอยู่กับตายายนับจากวันนั้นและเมื่อรู้เหตุผลจากปากของแม่ก็เข้าใจ
แม่จากไปอย่างสงบและฝากให้เพื่อนของแม่ชื่อ กันต์ และลูกพี่ลูกน้องชื่อ ตอง เป็นคนพากะทิกลับไปที่คอนโดกลางกรุงเพื่อพบกับส่วนหนึ่งของชีวิตแม่
กะทิเดินทางและมาถึงคอนโดที่กะทิเคยอยู่กับแม่ก่อนจะพลัดพรากกัน ที่นี่มีห้องหนึ่งที่แม่จัดเก็บเอกสารเรื่องราวชีวิตของตัวเองไว้ ลุงตองเป็นคนพากะทิไปเปิดตู้เอกสารและทำให้กะทิพบว่าพ่อของกะทิเป็น ชาวพม่าที่ไปเติบโตที่อังกฤษ
แม่พบพ่อเมื่อไปเรียนต่อและทำงานที่นั่น ทั้งสองรักและแต่งงานกัน แต่แม่ได้งานใหญ่ที่ฮ่องกงทำให้ต้องแยกกันอยู่ แม่เลือกเดินทางกลับมาอยู่กรุงเทพฯ และพบว่าตัวเองตั้งท้อง
แม่เตรียมจดหมายไว้ให้กะทิส่งถึงพ่อและสั่งไว้ว่าให้กะทิตัดสินใจเองว่าจะส่งหรือไม่ ซึ่งหนังสือทำให้รู้ว่ากะทิเลือกและพอใจที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายกับตายายที่บ้านริมคลองสืบไป
ข้อคิด
1.บางครั้งเมื่อเราเจอกับเรื่องราวเลวร้าย แย่ ๆ มันเป็นเรื่องยากแล้ว แต่การที่จะทำใจยอมรับกับสิ่งที่เป็น ยิ่งยากกว่า
2.ไม่ว่าวันนี้เราจะเจอเรื่องราวเลวร้ายแค่ไหน แต่เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ ก็ยังมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ดวงเดิม ทอแสงให้เราเห็นดังเช่นทุกวันทำให้เรารู้สึกว่าทุกคนยังมีวันพรุ่งนี้
3.รู้สึกถึงความรักของแม่ ตอนที่แม่ทำกะทิเจ็บ สุดท้ายแม่ก็เลือกที่จะยอมจากไป เพียงเพราะอยากให้ลูกปลอดภัย ไม่อยากให้ลูกต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะตัวเองอีก ทั้ง ๆ ที่ใจนั้นไม่อยากจากลูกอันเป็นที่รักไปเลย
4.อดีตที่ผ่านไปแล้วมีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ดีก็ควรเก็บไว้ในความทรงจำแต่เรื่องราวที่แย่ ๆ เราก็ควรจะทิ้งมันไป ไม่เก็บมาทำให้เรารู้สึกแย่อีก
วรรคทอง
"อดีตเหมือนเงา บางครั้งทอดนำทางอนาคต" เด็กน้อยเติบโตขึ้นจากประสบการณ์นี้ด้วยความเชื่อมั่นและกำลังใจในการดำรงชีวิตจากบุคคลใกล้ ชิด...ผู้ที่เธอรักและรักเธอเธอไม่ได้ขาดอะไร และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้เช่นเด็กๆ ในวัยเดียวกัน
เด็กหญิงกะทิอาศัยอยู่บ้านทรงไทยริมคลองที่กับตาและยาย ทุกวันเธอตื่นแต่เช้า คดข้าวใส่ขันและไปใส่บาตรกับตาที่ท่าน้ำหน้าบ้าน หลวงลุงนั่งเรือมารับบาตรและมีเด็กวัดที่ชื่อ ทอง พายเรือมาให้ กะทิซ้อนท้ายจักรยานตาไปขึ้นรถสองแถวที่หน้าปากซอยเพื่อไปโรงเรียน เธอมีปิ่นโตใส่อาหารกลางวันที่ยายเตรียมให้ไปโรงเรียนด้วยกะทิมีความสุขดีในบ้านหลังน้อยที่ล้อมรอบด้วยไม้ไทย ในวันว่างตาชวนกะทิพายเรือไปเที่ยวเล่นในทุ่งและไปจนถึงศาลาริมน้ำใต้ต้นก้ามปู ตาเคยเป็นทนายมีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ เมื่อเกษียณแล้วจึงย้ายกลับมาบ้านเกิด ใช้ชีวิตบั้นปลายช่วยเหลือผู้คนในท้องถิ่น กะทิมีพี่ทองเป็นเพื่อนเล่น
กะทิจำแม่ได้เพียงลาง ๆ ตายายไม่พูดถึงแม่ ในบ้านไม่มีรูปถ่ายแม่ กะทิคิดถึงแม่ทุกวัน อยากพบหน้า อยากให้แม่มารับที่โรงเรียน แล้ววันหนึ่งยายก็ถามกะทิว่า กะทิ อยากไปหาแม่ไหมลูก
ตาบอกกะทิว่าแม่ป่วยและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านชายทะเล น้าฏา เลขาฯ ของแม่ จะมารับพวกเรา อาการของแม่หนักแล้วและตั้งใจให้กะทิไปหาแม่
กะทิได้รู้ว่าแม่ตัดสินใจฝากกะทิไว้กับตายายเมื่อรู้ว่าไม่สามารถดูแลกะทิได้เอง เหตุการณ์ที่ทำให้แม่ตัดสินใจคือเมื่อกะทิอายุ ๒ ขวบ แม่พากะทิไปพายเรือเล่นจนถึงศาลาริมน้ำ แต่เกิดพายุ กะทินั่งอยู่ในเรือและเรือหลุดจากเสาที่ผูกไว้โดยที่แม่ช่วยอะไรไม่ได้เลย แม่อธิฐานว่าถ้าลูกแม่ปลอดภัยแม่จะไม่แตะตัวลูกอีกเลย แม่จะไปให้ไกลจากลูก ไม่ทำให้ลูกตกอยู่ในอันตรายอีกแล้ววันนั้นโชคดีที่ทองเด็กวัดตามมาหาเพื่อนเล่นจึงช่วยกะทิกับแม่ไว้ได้ กะทิอยู่กับตายายนับจากวันนั้นและเมื่อรู้เหตุผลจากปากของแม่ก็เข้าใจ
แม่จากไปอย่างสงบและฝากให้เพื่อนของแม่ชื่อ กันต์ และลูกพี่ลูกน้องชื่อ ตอง เป็นคนพากะทิกลับไปที่คอนโดกลางกรุงเพื่อพบกับส่วนหนึ่งของชีวิตแม่
กะทิเดินทางและมาถึงคอนโดที่กะทิเคยอยู่กับแม่ก่อนจะพลัดพรากกัน ที่นี่มีห้องหนึ่งที่แม่จัดเก็บเอกสารเรื่องราวชีวิตของตัวเองไว้ ลุงตองเป็นคนพากะทิไปเปิดตู้เอกสารและทำให้กะทิพบว่าพ่อของกะทิเป็น ชาวพม่าที่ไปเติบโตที่อังกฤษ
แม่พบพ่อเมื่อไปเรียนต่อและทำงานที่นั่น ทั้งสองรักและแต่งงานกัน แต่แม่ได้งานใหญ่ที่ฮ่องกงทำให้ต้องแยกกันอยู่ แม่เลือกเดินทางกลับมาอยู่กรุงเทพฯ และพบว่าตัวเองตั้งท้อง
แม่เตรียมจดหมายไว้ให้กะทิส่งถึงพ่อและสั่งไว้ว่าให้กะทิตัดสินใจเองว่าจะส่งหรือไม่ ซึ่งหนังสือทำให้รู้ว่ากะทิเลือกและพอใจที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายกับตายายที่บ้านริมคลองสืบไป
ข้อคิด
1.บางครั้งเมื่อเราเจอกับเรื่องราวเลวร้าย แย่ ๆ มันเป็นเรื่องยากแล้ว แต่การที่จะทำใจยอมรับกับสิ่งที่เป็น ยิ่งยากกว่า
2.ไม่ว่าวันนี้เราจะเจอเรื่องราวเลวร้ายแค่ไหน แต่เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ ก็ยังมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ดวงเดิม ทอแสงให้เราเห็นดังเช่นทุกวันทำให้เรารู้สึกว่าทุกคนยังมีวันพรุ่งนี้
3.รู้สึกถึงความรักของแม่ ตอนที่แม่ทำกะทิเจ็บ สุดท้ายแม่ก็เลือกที่จะยอมจากไป เพียงเพราะอยากให้ลูกปลอดภัย ไม่อยากให้ลูกต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะตัวเองอีก ทั้ง ๆ ที่ใจนั้นไม่อยากจากลูกอันเป็นที่รักไปเลย
4.อดีตที่ผ่านไปแล้วมีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ดีก็ควรเก็บไว้ในความทรงจำแต่เรื่องราวที่แย่ ๆ เราก็ควรจะทิ้งมันไป ไม่เก็บมาทำให้เรารู้สึกแย่อีก
วรรคทอง
"อดีตเหมือนเงา บางครั้งทอดนำทางอนาคต" เด็กน้อยเติบโตขึ้นจากประสบการณ์นี้ด้วยความเชื่อมั่นและกำลังใจในการดำรงชีวิตจากบุคคลใกล้ ชิด...ผู้ที่เธอรักและรักเธอเธอไม่ได้ขาดอะไร และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้เช่นเด็กๆ ในวัยเดียวกัน
วันเสาร์, กรกฎาคม 25, 2552
Diary Online
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2552
สอบกลางภาคเสร็จ แล้ว แต่ยากมากเลย
ไม่รุ้คะแนนจะออกมาดูได้หรือป่าว55+
สอบกลางภาคเสร็จ แล้ว แต่ยากมากเลย
ไม่รุ้คะแนนจะออกมาดูได้หรือป่าว55+
วันศุกร์, กรกฎาคม 17, 2552
Diary Online
วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2552
วันนี้สอบเคมีพื้นฐานไปยากนะ แต่น้อยกว่าเพิ่มเติมนิดนึง
แต่อาทิตย์หน้าก็จะสอบกลางภาคล่ะ คราวนี้ล่ะของจริงต้องตั้งใจอ่านหนังสือล่ะ
วันนี้สอบเคมีพื้นฐานไปยากนะ แต่น้อยกว่าเพิ่มเติมนิดนึง
แต่อาทิตย์หน้าก็จะสอบกลางภาคล่ะ คราวนี้ล่ะของจริงต้องตั้งใจอ่านหนังสือล่ะ
วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 16, 2552
Diary Online
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2552
วันนี้ไม่มีไรเลยเหมือนกับทุก ๆ วัน เฉยๆๆๆ
แต่พรุ่งนี้สิสอบเคมี เครียดอีกละ !!!!!!!
วันนี้ไม่มีไรเลยเหมือนกับทุก ๆ วัน เฉยๆๆๆ
แต่พรุ่งนี้สิสอบเคมี เครียดอีกละ !!!!!!!
Diary Online
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2552
วันนี้เรียนกับอาจารย์เกยูรด้วยเครียดมาก พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ตอบก็ไม่ได้ทำไงดี แปลยังไม่ได้เลยแล้วจะตอบได้ได้ไง 555+
จะสอบอาทิตย์หลังสอบกลางภาคด้วยยังไม่รู้เรื่องเลย คายเเน่ !!!!
วันนี้เรียนกับอาจารย์เกยูรด้วยเครียดมาก พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ตอบก็ไม่ได้ทำไงดี แปลยังไม่ได้เลยแล้วจะตอบได้ได้ไง 555+
จะสอบอาทิตย์หลังสอบกลางภาคด้วยยังไม่รู้เรื่องเลย คายเเน่ !!!!
Diary Online
วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552
วันนี้ดีใจมากเลยได้ว่างคาบบ่าย เย่ !!! แต่ว่างก็เหมือนไม่ว่าง
วันนี้ดีใจมากเลยได้ว่างคาบบ่าย เย่ !!! แต่ว่างก็เหมือนไม่ว่าง
Diary Online
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2552
วันนีเสอบเคมีกับชีวะละ ยากมากเลยเคมีสอบเรื่อง ตารางธาตุ 35 ข้อ เขียนธาตุตั้ง 44 ตัว คำนวณเลขออกซิเดชั่นอีก
ยากมากเลย ส่วนชีวะ สอบส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ 5555+ วันนี้ช่างเป็นวันที่เครียดจริง ๆๆๆๆ
วันนีเสอบเคมีกับชีวะละ ยากมากเลยเคมีสอบเรื่อง ตารางธาตุ 35 ข้อ เขียนธาตุตั้ง 44 ตัว คำนวณเลขออกซิเดชั่นอีก
ยากมากเลย ส่วนชีวะ สอบส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ 5555+ วันนี้ช่างเป็นวันที่เครียดจริง ๆๆๆๆ
Diary Online
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2552
วันนี้เครียดมากเลยต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบวิชา เคมี ชีวในวันจันทร์ยากด้วยดิ!!!~ ไปอ่านหนังสือดีกว่า....
วันนี้เครียดมากเลยต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบวิชา เคมี ชีวในวันจันทร์ยากด้วยดิ!!!~ ไปอ่านหนังสือดีกว่า....
วันพุธ, กรกฎาคม 15, 2552
ไข้หวัดใหญ่ 2009 หวัดสายพันธุ์ใหม่ ที่ระบาดทั่วโลก
ข่าว คราวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ H1N1 ปรากฎให้เห็นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 แล้ว แต่ยิ่งนับวันก็ยิ่งมีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ทำให้องค์การอนามัยโลกกังวลว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 อาจจะสร้างความรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก
ทั้งนี้ประเทศแถบเอเชียใกล้ๆ บ้านเรา ก็มีรายงานผู้ติดเชื้อแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย ดังนั้นโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป วันนี้กระปุกจึงนำเรื่องราวของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มาบอกต่อเพื่อเป็นความรู้ค่ะ
สถานการณ์การณ์แผ่ระบาดล่าสุด
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศเตือนภัยการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระดับ 5 หมายถึง มีการติดต่อของเชื้อไวรัสจากคนสู่คน และแพร่ระบาดไปอย่างน้อยสองประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก รายงานว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 12,954 รายแล้ว ใน 46 ประเทศ และมีจำนวนผู้เสียชีวิต 92 ราย ขณะที่ในประเทศเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 85 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 4,721 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2552)
รู้จักโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีชื่อเรียกในประเทศต่างๆ หลายชื่อ คือ ไข้หวัดเม็กซิโก, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอชวัน เอ็นวัน 2009, ไข้หวัดใหญ่จากสุกร (Swine Influenza) เป็นต้น เป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ ตามปกติมีการระบาดในหมูเท่านั้น สามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง H1N1, H1N2 และ H3N2 แต่บางครั้งหมูอาจมีเชื้อไข้หวัดอยู่ในตัวมากกว่า 1 ชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการผสมกันของยีนได้ ทำให้เกิดเป็นไวรัสชนิดใหม่ที่สามารถข้ามสายพันธุ์มาติดต่อยังมนุษย์ได้ เริ่มต้นจากการสัมผัสกับหมูที่เป็นโรค
สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เริ่มแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ก่อนจะแพร่ระบาดไปหลายๆ ประเทศทั่วโลกนั้น เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน และไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์, ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื้อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น
วิวัฒนาการโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่2009
ก่อนที่ไข้หวัดหมูดั้งเดิมจะกลายพันธุ์เป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ดั้งเดิม พบมาตั้งแต่ ค. ศ.1918-1919 ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish Flu) ระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 50 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุ 20-40 ปี และตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จากนั้นโรคไข้หวัดหมูได้แพร่ระบาดในช่วงต่างๆ ก่อให้เกิดโรคในคนอยู่มากกว่า 50 ราย โดยผู้ป่วย 61% มีประวัติสัมผัสหมู และมีอายุเฉลี่ย 24 ปี หลังจากนั้นใน ค.ศ.1974 ไข้หวัดหมูได้แพร่ระบาดในค่ายทหาร (Fort Dix) ที่รัฐนิวเจอร์ซี่ มีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยที่อีก 230 ราย ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการแต่น้อยมาก ทั้งหมดนี้ไม่มีประวัติสัมผัสหมู ซึ่งแสดงว่าน่าจะมีการพัฒนาจนมีการติดต่อจากคนสู่คน
ต่อมาใน ค.ศ.1988 หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งเสียชีวิตในรัฐวิสคอนซิน และมีประวัติสัมผัสหมู จึงเกิดการสงสัยว่าไข้หวัดหมูอาจไม่ใช่พันธุ์หมูล้วน (classic H1N1) จนกระทั่งปี ค.ศ.1998 จึงพิสูจน์พบว่า หมูที่เลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกา มีไวรัสไข้หวัดหมูกลายพันธุ์ โดยมีพันธุกรรมผสมระหว่างหมู คน และนก เกิดสายพันธุ์ผสม (Triple assortant virus) H3N2, H1N2, และ H1N1 (วารสารโรคติดเชื้อ JID 2008) และสายพันธุ์ผสมนี้ยังพบได้ในเอเชีย และแคนาดา
จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน 2008 ได้พบไข้หวัดหมูผสมสายพันธุ์ใหม่ (H1N1) ที่ประเทศสเปน จากหญิงอายุ 50 ปีที่ทำงานในฟาร์มหมู โดยมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คันคอ คันตา และหนาวสั่น แต่อาการเหล่านี้หายไปได้เอง โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาใดๆ จึงไม่มีการคาดการณ์ว่า ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่จะเป็นอันตรายมากนัก
จนกระทั่งล่าสุด เกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมู หรือที่มีการบัญญัติชื่อใหม่ว่า ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ลามไปทั่วโลก และมีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่า โรคนี้สามารถแพร่กันระหว่างคนสู่คน เนื่องจากเชื้อโรคได้วิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์แล้ว
การติดต่อของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009
เชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีการติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไป และเชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยระยะฟักเชื้อของไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้นอยู่ที่ประมาณ 3-7 วัน หากผู้ป่วยได้รับเชื้อมากระยะฟักตัวก็จะเร็ว ซึ่งทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยด้วยว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงมากน้อยแค่ ไหน
ทั้งนี้เชื้อโรคจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด รวมทั้งติดต่อกันทางลมหายใจ หากอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และสามารถติดต่อได้จากมือ หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ทั้งนี้เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ซึ่งสามารถแพ้เชื้อได้ ตั้งแต่ผู้ติดเชื้อยังไม่ปรากฎอาการ หรือหลังจากปรากฎอาการไข้แล้ว
ขณะที่นักวิชาการขององค์การอนามัยโลก ระบุไว้ว่า โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีอัตราการแพร่ระบาดมากกว่าโรคซาร์ส และไข้หวัดนก แต่อัตราการเสียชีวิตมีน้อยกว่า คืออยู่ที่ร้อยละ 5-7 ขณะที่โรคไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
เมื่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฎอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่าและรวดเร็วกว่า นั่นคือ มีไข้สูงราว 38 องศาเซลเซียส ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม เบื่่ออาหาร บางรายอาจท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต จึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ระยะการติดต่อ
ระยะติดต่อหมายถึงระยะเวลาที่เชื้อสามารถติดต่อไปยังผู้อื่น ระยะเวลาที่ติดต่อคนอื่นคือ 1 วันก่อนเกิดอาการ ห้าวันหลังจากมีอาการ ในเด็กอาจจะแพร่เชื้อ 6 วันก่อนมีอาการ และแพร่เชื้อได้ นาน 10 วัน
โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ
ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดอักเสบตามมา รวมถึงหัวใจวาย และอาจจะทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งโรคแทรกซ้อนนี้สามารถคร่าชีวิตได้ หากผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และติดยาเสพติด เป็นต้น
ผู้ป่วยควรจะพบแพทย์เมื่อไร
ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ที่ต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้วพบว่าตัวเองมีไข้สูง 38.5 องศา มีไข้นานเกิน 7 วัน เจ็บหน้าอก ปวดท้อง อาเจียน มีจุดเลือดตามตัว ตาเหลือง เจ็บคอมาก มีเสมหะสีเขียวๆ เหลืองๆ ผิวสีม่วง หรือได้พยายามรักษาตัวเองแล้ว แต่ยังไม่หาย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ด้วยวิธี PCR ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้สามารถหาเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และควรเข้ารับการตรวจรักษาภายในห้องตรวจพิเศษ Negative Pressure เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อไวรัสต่อไปยังผู้อื่น
การรักษา
องค์การ อนามัยโลก ระบุว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ยังไม่สามารถป้องกัน และรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้ได้ แต่จากผลการทดสอบในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ คือ
1. "โอเซลทามิเวียร์" (ชื่อทางการค้าว่า ทามิฟลู) เป็นยาที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กอ่อนถึงผู้ใหญ่ มีตัวยาทั้งที่เป็นเม็ดและเป็นน้ำ แต่มีผลข้างเคียง ที่พบบ่อยที่สุด คือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน นอกจากนั้นในเด็กอาจมีอาการปวดท้อง เลือดกำเดาออก ปัญหาเรื่องหู และโรคตาแดง
2."ซานามิเวียร์" (ชื่อทางการค้าว่า รีเลนซา) เป็นยาที่ใช้ได้เฉพาะในผู้ป่วยอายุมากกว่า 5 ปี และไม่แนะนำให้ใช้ในคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง เช่น โรคหืด หรือผู้ป่วยในสถานพยาบาล และผู้ที่มีอาการแพ้สารแลคโตส ตัวยามีลักษณะเป็นเบบชนิดพ่นเท่านั้น ผลข้างเคียงของยานี้คือ เพิ่มความเสี่ยงของอาการหายใจลำบาก ในเด็กวัยเล็กและวัยรุ่น อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากอาการชัก อาการสับสน ความประพฤติผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากไข้หวัดใหญ่ในระยะแรก
ทั้งนี้ ยาทั้งสองชนิด สามารถป้องกันเชื้อไวรัสไม่ให้แตกตัว แต่ต้องรับยาภายใน 48 ชั่วโมง เพราะมีโอกาสที่เชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์ได้อีกในอนาคต อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกกำลังเร่งผลิตวัคซีนเพื่อป้องกัน และรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้อยู่ ซึ่งยังคงต้องใช้เวลา อย่างน้อย 5-6 เดือน เพื่อให้ได้วัคซีนที่ใช้รักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การป้องกัน
โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อจากคนสู่คน ซึ่งวิธีการป้องกันการติดต่อของโรคได้ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ รวมทั้งผู้ที่ป่วยเป็นหวัด ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันโอกาสการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่จะเข้าไปผสมกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลในตัวผู้ป่วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเชื้อใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดื้อยาเพิ่มขึ้น และแพร่ระบาดจากคนสู่คนมากขึ้นต่อไป
นอกจากนี้หากใครที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และมีไข้สูง ให้รีบไปพบแพทย์โดยทันที เพื่อจะได้เฝ้าระวังและรักษาได้ทัน
วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่
วัคซีนสำหรับรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ อาจไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ แต่ก็ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นตามฤดูกาลได้ ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันไม่ให้ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ผสมกับไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ จนกลายพันธุ์เป็นพันธุ์ที่รุนแรงมากกว่าเดิม
ทั้งนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนชนิดฉีด และเป็นวัคซีนเชื้อตาย จำนวน 3 สายพันธุ์ คือ ชนิดเอ 2 สายพันธุ์ และชนิดบี 1 สายพันธุ์ ทุกปีจะมีการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขึ้นมาใหม่ โดยองค์กรอนามัยโลกจะคาดเดาว่า ในปีนั้นจะมีเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใดระบาด และแยกผลิตเป็นสองสูตร สำหรับประเทศในซีกโลกเหนือ และประเทศในซีกโลกใต้
วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่นี้ สามารถฉีดได้ในเด็ก ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ สำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 9 ปี หากไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อนในปีแรก ให้ฉีด 2 เข็ม โดยห่างกัน 1 เดือน จากนั้นให้ฉีด 1 เข็ม ในแต่ละปี หากเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ให้ฉีดวัคซีนปีละครั้ง
โดยทั่วไปการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันโรคได้ร้อยละ 60-90 หรือหากเป็นขึ้นมา อาการของโรคก็จะไม่รุนแรงนัก ทั้งนี้หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว อาจมีอาการปวดบวมแดงเฉพาะที่ หรืออาจมีไข้หรือปวดเมื่อยตามตัว นาน 1-2 วัน
แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะมีอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อไม่มากนัก และผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจะได้รับการรักษาจนหายแล้วก็ตาม แต่อย่างไรเราก็ควรต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถเตรียมการป้องกัน และเฝ้าระวังได้อย่างถูกต้อง ซึ่งวิธีการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ดีที่สุด ก็คือการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และล้างมือบ่อยๆ เพื่อกำจัดเชื้อโรคออกไปนั่นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
